23 เมษายน 2562 แล้งจัดเขื่อน-อ่างฯน้ำลด เหลือปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 30

ที่มา: https://www.naewna.com/local/409467

อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งว่าจากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ระบุขณะนี้มีพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง 5 จังหวัด 13 อำเภอ 39 ตำบล 287 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ นครราชสีมา ตราด และชลบุรี ขณะที่กรมฝนหลวงฯได้ขึ้นบินปฏิบัติ 7 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครราชสีมา สระแก้ว บริเวณพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแม่มอก อ่างเก็บน้ำทับเสลา อ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ อ่างเก็บน้ำกระเสียว ช่วยบรรเทาปัญหา ฝุ่นหมอกควัน เพราะมีฝนตกเล็กน้อยบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน รวมถึงช่วยยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงพายุลูกเห็บ ทำให้มีฝนตกในบางส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ตากและสกลนคร

เขื่อนวิกฤติน้ำเหลือน้อยกว่าร้อยละ 30

ขณะนี้มีเขื่อน/อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำใช้การ 14 แห่ง เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนขุนด่านปราการชล รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำใช้การมี 187 แห่ง ซึ่งกรมฝนหลวงฯได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และจะขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวงทันทีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย

ลุยทำฝนหลวงเพิ่มน้ำช่วยภาคเกษตร

สำหรับแผนปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันที่ 22 เมษายน 2562 มีหลายภาคที่ความชื้นและสภาพอากาศเหมาะสมพอที่จะขึ้นบินทำฝนหลวงได้ โดยภาคตะวันออก สถานีเรดาร์สัตหีบ จังหวัดชลบุรีตรวจวัดความชื้นระดับการเกิดเมฆร้อยละ 82 ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆร้อยละ 64 และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -5.9 หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดจันทบุรี จึงตัดสินใจปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรสวนผลไม้บริเวณอำเภอแกลง อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เช่นเดียวกับภาคกลาง สถานีเรดาร์ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีความชื้นที่ระดับการเกิดเมฆร้อยละ 55 ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆร้อยละ 44 และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ -3.9 หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดกาญจนบุรี จึงตัดสินใจขึ้นบินปฏิบัติการในพื้นที่การเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี และหน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดลพบุรี ขึ้นบินทำฝนหลวง ช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค และพื้นที่การเกษตรของจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท และจังหวัดลพบุรี ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานีเรดาร์บ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และสถานีเรดาร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมาตรวจพบความชื้นที่ระดับเกิดเมฆร้อยละ 62 (บ้านผือ) ร้อยละ97 (พิมาย) ความชื้นที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆร้อยละ 38 (บ้านผือ) ร้อยละ 54 (พิมาย) และค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ 0.7 (บ้านผือ) -1.6 (พิมาย) หน่วยปฏิบัติการฯ จังหวัดนครราชสีมา จึงตัดสินใจขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคบริเวณจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา ส่วนภาคเหนือและภาคใต้ สภาพอากาศยังไม่เอื้อต่อการทำฝนหลวง

วาตภัยถล่ม 31 จังหวัด บ้านพัง 9 พันหลัง

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย แถลงสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนองลมกรรโชกแรงว่า ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝนฟ้าคะนอง 31 จังหวัดได้แก่ มหาสารคาม พิษณุโลก ปทุมธานี ร้อยเอ็ด กำแพงเพชร สกลนคร ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุดรธานี พิจิตร บึงกาฬ สุรินทร์ เชียงใหม่ เลย น่าน หนองคาย ลพบุรี อุบลราชธานี หนองบัวลำภู เพชรบูรณ์ แพร่ นครสวรรค์ นครราชสีมา ลำปาง อุทัยธานี สุโขทัย ขอนแก่น พะเยา นครพนม ตาก และกาฬสินธุ์ รวม 142 อำเภอ 391 ตำบล 1,284 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 9,112 หลัง ผู้บาดเจ็บ 14 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปภ.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านแก่ประชาชนในเบื้องต้นแล้ว

พายุถล่ม ฟ้าผ่างานวัดมหาธาตุ

จังหวัดนครพนม เกิดฝนฟ้าคะนองกระจายปกคลุมพื้นที่ทางตะวันออกของจังหวัด ในแนวริมโขง ตั้งแต่อำเภอท่าอุเทน จนถึงอำเภอธาตุพนม โดยเฉพาะรอยต่ออำเภอธาตุพนม กับอำเภอนาแก มีฝนตกลมแรงนานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เกิดฟ้าผ่าลงกลางงานบุญเดือน 5 ฉลองสมโภชพระธาตุนคร วัดมหาธาตุ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 เมษายน ค่ำ เดือน 6) โดยสันนิษฐานว่าฟ้าน่าจะผ่าลงบริเวณหอพระไตรปิฎก ขณะที่ร้านค้าที่ตั้งเรียงรายตามแนวแม่น้ำโขง ต้องหาเชือกมาดึงเต็นท์ผูกมัดกับต้นไม้และรถยนต์ เพื่อกันลมหอบเอาเต็นท์จะทำให้สิ่งของที่นำมาจำหน่ายได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ประกอบการรายหนึ่งเปิดเผยว่า ลมฟ้าคะนองแบบนี้ค้าขายเจ๊งกันระนาว พ่อค้าบางรายเก็บของหนีก่อนจบงาน หลังลมพายุสงบเทศบาลเมืองนครพนม ออกสำรวจความเสียหายรอบเมือง พร้อมประกาศเตือนประชาชนให้รับมือสถานการณ์พายุลมแรง เพราะมีฝนตกปรอยๆและมีฟ้าร้องอยู่เป็นระยะ

สุรินทร์บ้านพังหลังคาหาย 130 หลัง

ที่จังหวัดสุรินทร์ เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำสร้างความเสียหายให้บ้านประชาชน ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้กระแสไฟฟ้าขัดข้อง ในอำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะที่บ้านพระโกฏิ หมู่ 2 บ้านเกาะน้อย หมู่ 3 และบ้านพราน หมู่ 4 บ้านตะโนน หมู่ 5 บ้านแดง ตำบลแจนแวน และบ้านณรงค์ บ้านโสน ตำบลณรงค์ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งอำเภอบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 130 หลังคาเรือน โดยลมพายุฝนตกแรงต่อเนื่องนานกว่าครึ่งชั่วโมง ส่วนใหญ่ลมพัดาหลังคาสังกะสีหายไป ทรัพย์สินในบ้านเปียกฝนเสียหายทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเร่งซ่อมแซมติดตั้งเสาไฟใหม่แล้ว

ด่านซ้าย 300 ครัวเรือนขาดน้ำ

ขณะที่จังหวัดเลย สภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้หลายหมู่บ้านในอำเภอด่านซ้ายขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างหนัก โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเก่า ตำบลนาหอ ชาวบ้านเดือดร้อน 300 ครัวเรือน น้ำประปาหมู่บ้านไม่ไหลมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งอบต.นาหอนำรถบรรทุกน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอด่านซ้ายไปแจกจ่ายน้ำให้ประชาชน แต่ทำได้เพียงวันละ 5-6 เที่ยวหรือเพียงวันละ 30 ครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งผอ.แขวงทางหลวงเลยที่ 2 (ด่านซ้าย) สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำให้ชาวบ้านเป็นการด่วน และจะดำเนินการต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

พะเยา 6 อำเภอ เสียหาย 85 หมู่บ้าน

ที่จังหวัดพะเยา ช่วงดึกที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ลูกเห็บตก ทำให้ต้นไม้หักโค่นขวางถนน หลังคาบ้านถูกลมพัดเสียหาย กระเบื้องมุงหลังคาแตกจำนวนมาก หัวหน้า ปภ.พะเยา สรุปสถานการณ์ว่า มีพื้นที่ประสบภัย 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองพะเยา อำเภอปง อำเภอภูกามยาว อำเภอเชียงคำ อำเภอดอกคำใต้ และ อำเภอจุน รวม 84 หมู่บ้าน 14 ชุมชน 290 ครัวเรือน ประชาชนประสบภัย 614 ราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นลงพื้นที่ช่วยเหลือแล้ว

อำเภอกันทรวิชัยเจอ 2 วันติดโรงเรียน บ้านพังอื้อ

ที่โรงเรียนบ้านหนองหว้าหนองแคนดอนบาก ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ครู และนักการภารโรง และเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียน เก็บกวาดเศษใบไม้ และตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่ล้มภายในโรงเรียน หลังพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ อาคารเรียน 2 หลัง สนามเด็กเล็ก และหลังคาห้องน้ำเสียหายอย่างหนัก แรงลมพัดหลังคาปลิวออกไปเกือบทั้งหมด ฝ้าภายในอาคารเรียนพังลงมา อุปกรณ์การเรียน หนังสือเรียน เสียหายทั้งหมด ซึ่งผู้บริหารทำเรื่องของบประมาณซ่อมแซมให้เสร็จก่อนเปิดเทอม ทั้งนี้ อำเภอกันทรวิชัย ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ 2 วันติดต่อกัน โดยเฉพาะที่ตำบลศรีสุข อำเภอกันทรวิชัย มีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนรวม 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฏรได้รับความเสียหายรวม 155 หลังคาเรือน